ครั้งนี้เรามาว่ากันเรื่องการออกแบบ ตัวละคร ของเรากันมั้งครับ เข้าเรื่องเลย
หลายคนเวลาออกแบบ ตัวละครของตัวเอง(แบบออริจินัล) มั้กจะมีปัญหา เช่นการออกแบบยึดหลักอะไรบ้างออกแบบ แบบไหนให้ดูดีดูเท่ ดูน่าสนใจ แล้วตกลงมีหลักอะไรบ้างละ
โดยส่วนใหญ่(ความคิดผมนะ)แล้วใครจะออกแบบตัวละครซักตัว มั้กจะกำหนด ส่วนต่างๆของตัวละครก่อน
เช่น เพศ อายุ นิสัย อาชีพ ฯลฯ หลักนี้ก็ใช้ได้ครับ เพราะผมเองก็ใช้เหมือนกัน 55+
แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นนิดหน่อยครับ นั้นคือ เทคนิคกฎ Studio Type ครับ ขั้นแรกเรามาทำความรู้จักกับกฎพวกนี้กันก่อน มันไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนนัก มีอยู่ 3 ขอครับ
1. Studio Type
2. Over Studio Type
3. Not Studio Type
เราจะทำความเข้าใจไปเป็นข้อๆก่อนครับ
1. Studio Type
คือ อิมเมจ แรกของตัวละครที่เห็นเป็นภาพแรกครับ เช่นเราจะออกแบบ เด็กเรียน อิมเมจ ของเด็กเรียนแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ อิมเมจเด็กเรียนของผม คงเป็นแบบใส่แว่น ทำตัวเงียบ ตัดผมหน้าม้า
นิแหละ อิมเมจแรก เด็กเรียนของผม แล้วของคุณเห็นเป็นแบบไหนครับ อิอิ แค่นี้ละครับคือ Studio Type
2. Over Studio Type
Over ของข้อนี้คือทำให้เวอร์ๆไว้ครับ
ตัวอย่างนะครับ เช่นผมออกแบบผู้ชายคนนึง หุ่นแบบนักกีฬาหน่อย แน่นอนว่านักกีฬาก็ต้องมีกล้ามสิ
ภาพซ้ายเป็นตัวละคร อิมเมจนักกีฬาแรกของผมครับ (Studio Type) ตัวละครด้านขวาคือตัวละครที่ใช้ความโอเวอร์เข้าไป (Over Studio Type) ผมเลือกใส่โอเวอร์ที่กล้ามครับ 555+ ใหญ่ๆแบบฮักไปเลย
เห็นว่าเป็นละครตัวเดียวกันแต่แตกต่างกันพอสมควรเลย ตัวที่ใส่ความโอเวอร์ลงไปดูมีความน่าสนใจกว่าแบบยังไม่ใส่นะ
ส่วนใหญ่เทคนิคใส่ให้เวอร์จะเห็นกันมากในการ์ตูนของอเมริกาครับ ไม่ว่าจะหัวใหญ่ จมูกใหญ่ จนเวอร์ นั้นแหละครับคือ Over Studio Type
3. Not Studio Type
Not ในที่นี้คือตรงกันข้ามครับ มันคือสิ่งตรงข้ามกับอิมเมจแรกของเรา (Studio Type)
ตัวอย่างนะครับในภาพ เช่นผมออกแบบตัวละคร เด็กเรียน ขี้อาย แถมเหวออีก(ตัวซ้ายในภาพ) ตัวละครที่ตรงข้ามกันก็คือ เด็กฮ้าว เด็กแก่น (ภาพขวา) ครับ กฎข้อนี้คือการนำสิ่งตรงข้ามเข้าไปใส่ในตัวละครของเราครับ จะเห็นกันมากใน การ์ตูนญี่ปุ่น มีใครสังเกตกันบ้างไหมเอ๊ย
กฎนี้สามารถนำไปออกแบบนิสัยของตัวละครได้ด้วยนะครับ ไม่ใช่ใช้ได้แต่ออกแบบแต่ตัวอย่างเดียว
เอาละ เรารู้แล้วว่าแต่ละข้อมันคืออะไร เราก็สามารถนำมันมาใช้ออกแบบตัวละครได้แล้ว
แต่ เอ๋ !! ต้องมีคนสงสัยแน่ว่า มันใช้ได้จริงหรอวะ ในการ์ตูนมีตัวละครที่ออกแบบจากกฏพวกนี้จริงๆหรอไม่ใช้เอ็งไปนั้งเทียนมาบอกนะเฟ้ย !!
ผมจะขอยกตัวอย่างนะครับ จะได้เห็นภาพของการใช้มันมาช่วยออกแบบได้ชัดขึ้น
ขอ L จาก Death note ละกัน เพราะเห็นชัดดี แล้วคงไม่มีใครไม่รู้จัก
Character ของ L นั้นเป็น นักสืบใช้มั้ยครับ อิมเมจ(Studio Type) ของนักสืบ เป็นยังไง ก็ต้องนึกถึง โคนัน คิดะอิจิ นักสืบนั้น ต้องดูน่าเชื่อถือ ดูดี มีมาด แต่งตัวเนียบหน่อย และส่วนใหญ่เป็นพระเอก L ก็เป็นพระเอกนะในความคิดผม
เอาละจะเห็นว่า L ตรงกันข้าม(Not Studio Type) กับ อิมเมจ (Studio Type) ของนักสืบของผมทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเรื่อง ดูความน่าเชื่อถือ การแต่งตัว ท่าทางของ L
ในการ์ตูนตอนเปิดตัว L พวกตำรวจยังตกใจเลยว่า ไอ้บ้านี้มันนักสืบมีฝีมือหรอฟะเนี่ย แต่ในCharacterในเรื่อง L ก็ยังเป็นนักสืบ และเป็นพระเอกได้ นับว่าเป็น Character Not Studio Type เลยครับ
และอีกตัว
ฮิรุม่า จากเรื่อง Eye shield 21 คงไม่มีใครไม่รู้จักมั้ง
จาก Character ของ ฮิรุม่า มีหมดทั้ง 3 ข้อเลยครับ เป็นหัวหน้าทีมของทีมพระเอก แน่นอนทีมพระเอก ในอิมเมจผม น้ำใจนักกีฬางาม แต่ พี่แก่ตรงข้ามและโอเวอร์ มีหมด
ไม่ว่าจะเป็น หน้าโฉด (ตัวทีมพระเอกแต่หน้าโครตผู้ร้าย) (Not Studio Type)
หน้าโฉด ขนาดเป็นหน้าปีศาจ มีเขี้ยวด้วยคนหรอนั้น (Over Studio Type)
ผมตั้งเป็นนักเลง ไม่เหมือนนักกีฬาเลย (Not Studio Type)
ผมไม่ใช่ตั้งธรรมดาแต่ตั้งโด่ยาวฟู เป็นซูบเปอร์ไซย่า (Over Studio Type)
นิสัยก็โฉดเป็นผู้ร้ายเลย ทีมโอโจยังดูเป็นพระเอกกว่าอีก
(Not Studio Type)
ความจริงถ้าจะให้บอกอีกก็มีเยอะครับ เอาเป็นว่าลองไปสังเกตุ การใช้ กฎ3นี้ ในตัวละครจากเรื่องอื่นๆรึการ์ตูนที่ตัวเองดูอยู่ก็ได้ว่า ใช้ข้อไหนมากน้อยเท่าไรอยู่บ้างครับ
พอเห็นภาพของการนำมาใช้แล้วใช่มั้ยครับ ครั้งหน้าเราจะลองมาใช้มันออกแบบตัวละคร ของเราไปพร้อมกันเลยครับ เหอๆ
ปล 1 .อัพเทคนิคครั้งนี้ยอมรับหนักใจเหมือนกัน ความจริงผมยังไม่เก่งเรื่องออกแบบเท่าไรเลย ถ้าผมผิดพลาด รึปล่อยไก่ไป รึว่ามั่วก็ขออาภัยครับในที่นี้ด้วย
ปล 2 .ใครยังสงสัยตรงส่วนไหนอยู่ก็ comment ถามทิ้งไว้ได้ครับ จะมาตอบครั้งหน้าครับ ตกหล่นยังไรขออาภัยอีกครั้งครับ
ขอสรุปเพิ่มครับ เรื่อง Studio Type นั้นเป็นแค่การเพื่มเติมให้ตัวละครของเรามีส่วนที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้รวมกับ การออกแบบต่างๆได้
อย่างการผสมเพิ่ม และการดัดแปลง โดยหลักๆ ส่วนที่อยากจะให้เด่นใส่ให้โอเวอร์ หรือตรงข้ามเข้าไป ให้ดูแปลกและน่าสนใจให้กับตัวละครของเรา
ทั้งหมดนั้นไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้และดัดแปลงในเข้ากับตัวเรามากที่สุดก็เท่านั้นครับ